1ช่วงอายุของต้น
ใช้กำหนดปริมาณและความถี่การให้น้ำตามช่วงอายุ/ระยะของต้น
🌱 ต้นยังไม่ให้ผล
ปีที่ 1–3
🥑 ต้นให้ผลผลิตแล้ว
อิงระยะการเจริญเติบโต
2อายุต้นและเดือน
ใช้ดูปริมาณน้ำ (ลิตร/ต้น/วัน) ที่ต้องการในเดือนนั้น
2ระยะการเจริญเติบโต
ใช้กำหนดค่า Kc และความถี่การให้น้ำของระยะนั้น
3ค่า ETo
ตรวจสอบค่า ETo ราย 10 วันได้จากเพจกรมอุตุนิยมวิทยาเกษตร หรือดึงอัตโนมัติจากพิกัด GPS
ข้อมูล ETo ได้รับความอนุเคราะห์จากส่วนอุตุนิยมวิทยาเกษตร กองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา
4ขนาดทรงพุ่มและน้ำฝน
เลือกรัศมีทรงพุ่มเพื่อคำนวณพื้นที่ (พื้นที่ = π × รัศมี²) และกรอกปริมาณน้ำฝนวันนี้เพื่อหักลบจากปริมาณน้ำที่ต้องรด
ดูวิธีวัดรัศมีทรงพุ่ม
- ยืนที่โคนต้น (ลำต้น) ของอะโวคาโด
- เดินตรงออกไปตามแนวนอนจนถึง "ขอบเงาใบ" หรือจุดที่ทรงพุ่มสิ้นสุด
- วัดระยะจากโคนต้นถึงขอบเงาใบด้วยสายวัด หรือนับก้าวเดิน (ผู้ใหญ่ 1 ก้าว ≈ 70–80 ซม.)
- วัดซ้ำ 2–4 ทิศ (เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก) แล้วหาค่าเฉลี่ย เพราะทรงพุ่มมักไม่กลมสมบูรณ์
- เลือกค่ารัศมีในแอปให้ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยที่วัดได้มากที่สุด
5ลักษณะดิน
เลือกเนื้อดินของสวน — แต่ละชนิดมีอัตราการซึมน้ำและความถี่การให้น้ำที่แนะนำต่างกัน
6ระบบสปริงเกอร์ต่อต้น
ข้อมูลจากสเปกหัวสปริงเกอร์ที่ติดตั้งจริงในสวน
7สถานการณ์น้ำของแปลง
เลือกสถานการณ์น้ำ ระบบจะปรับปริมาณการให้น้ำตามระดับความแล้ง
⚠️
ผลการคำนวณน้ำ
–
นาที / ครั้ง
เวลาเปิดสปริงเกอร์
–
วัน / ครั้ง
ความถี่ที่แนะนำ
สร้างการเตือนรดน้ำทุก 2 วัน และเตือนคำนวณใหม่ในวันที่ 3
ดูรายละเอียดการคำนวณ
1ช่วงอายุของต้น
ใช้กำหนดปริมาณและสูตรปุ๋ยตามช่วงอายุ/ระยะของต้น
🌱 ต้นยังไม่ให้ผล
ปีที่ 1–3
🥑 ต้นให้ผลผลิตแล้ว
อิงระยะการเจริญเติบโต
2อายุต้น (ปีที่ปลูก)
ใช้กำหนดปริมาณปุ๋ยตามปีที่ปลูก
3ช่วงการใส่ปุ๋ย (แบ่งใส่ 6 ครั้ง/ปี)
แบ่งใส่ปุ๋ยทุก 2 เดือน ปีละ 6 ครั้ง ตามระยะพัฒนาการ เลือกช่วงที่ต้นอยู่ตอนนี้
4รัศมีทรงพุ่ม
เลือกรัศมีทรงพุ่ม ระบบจะแปลงเป็นเส้นผ่านศูนย์กลางทรงพุ่มเพื่อคำนวณปริมาณปุ๋ยต่อต้นให้อัตโนมัติ
5ลักษณะดิน
เลือกเนื้อดินของสวน — ดินทรายอุ้มธาตุอาหารได้น้อยกว่า จึงต้องใส่ปุ๋ยในอัตราที่สูงกว่า
6สูตรปุ๋ยที่จะใช้
เลือกสูตรปุ๋ยที่แนะนำสำหรับช่วงนี้จากตัวเลือกด้านล่าง
🌾 สูตรปุ๋ยที่แนะนำสำหรับช่วงนี้
ผลการคำนวณปุ๋ย
ปริมาณปุ๋ยที่ใส่ในครั้งนี้
–
กก. / ต้น / ครั้ง
📍 ตำแหน่งที่ควรใส่ปุ๋ย
- เว้นระยะห่างจากโคนต้นอย่างน้อย 30–50 ซม. เพื่อลดความเสี่ยงโรคโคนเน่า เพราะรากบริเวณโคนต้นไม่ได้ทำหน้าที่ดูดซึมธาตุอาหารโดยตรง
- โรยปุ๋ยเป็นวงแหวนรอบต้น ตั้งแต่ระยะที่เว้นไว้ไปจนถึงแนวขอบเงาใบ (drip line) ซึ่งเป็นบริเวณที่รากฝอยดูดซึมธาตุอาหารหนาแน่นที่สุด
- คลุมด้วยดินหรือเศษใบไม้บางๆ หลังโรยปุ๋ย เพื่อลดการสูญเสียจากแสงแดดและการชะล้างเมื่อฝนตก
- รดน้ำตามหลังใส่ปุ๋ยทันที เพื่อช่วยละลายปุ๋ยและพาธาตุอาหารลงสู่บริเวณราก
💧 รดน้ำทันทีหลังใส่ปุ๋ยทุกครั้ง — สำคัญมาก! ถ้าไม่รดน้ำ ปุ๋ยจะไม่ละลายและรากดูดซึมไม่ได้
ดูรายละเอียดและโปรแกรมทั้งปี